Tuesday, 20 January 2026 - 1 : 02 am
spot_imgspot_img
spot_imgspot_img
spot_imgspot_img
spot_imgspot_img
spot_img

Splendor-Biz

สื่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์

ครบครันบนโลกออนไลน์

spot_img
spot_img
spot_img
spot_img
Tuesday, 20 January 2026 - 1 : 02 am

พีดีเฮ้าส์ เผยตลาดรับสร้างบ้านปี 2568 ทรุดตัว 21% กางกลยุทธ์รับมือปี 69 ยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านสู่ “Innovation & Trust”

ฝ่ายวิจัยและพัฒนาธุรกิจ บริษัท พีดีเฮ้าส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด สรุปภาพรวมมูลค่าตลาดรับสร้างบ้านปี 2568 เผยตัวเลขหดตัวรุนแรงจากปัจจัยลบสะสม พร้อมคาดการณ์ทิศทางปี 2569 ชี้เป็นปีแห่งการปรับตัวครั้งใหญ่ เมื่อยักษ์ใหญ่ภาคอสังหาฯ รุกคืบสมรภูมิบ้านสั่งสร้าง ขณะที่เทคโนโลยี AI และเทรนด์ Green Home กลายเป็นตัวแปรสำคัญในการตัดสินใจของผู้บริโภค

มูลค่าตลาดรับสร้างบ้านปี 2568

นางสาวจิราภา สุวรรณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีดีเฮ้าส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และกลุ่มบริษัท ปทุมดีไซน์ ดีเวลลอป เปิดเผยว่า ในปี 2568 ที่ผ่านมา ธุรกิจรับสร้างบ้านต้องเผชิญกับ “พายุสมบูรณ์แบบ” (Perfect Storm) ทั้งจากโครงสร้างเศรษฐกิจมหภาคที่ฟื้นตัวล่าช้า ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูงแตะระดับร้อยละ 90 ของ GDP รวมถึงสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นในการลงทุนระยะยาวของผู้บริโภค จากการเก็บข้อมูลพบว่ามูลค่าตลาดบ้านสร้างเองในปี 2568 ลดลงเหลือเพียง 112,000 ล้านบาท (จาก 130,000 ล้านบาทในปี 2567) ขณะที่ตลาดรับสร้างบ้าน (ดำเนินการโดยบริษัทรับสร้างบ้าน) หดตัวลงถึง 21% โดยมีมูลค่าอยู่ที่ 14,300 ล้านบาท นับเป็นการถดถอยที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี

ภาวการณ์แข่งขันและผู้เล่นรายใหม่

หนึ่งในไฮไลท์สำคัญของปี 2568 คือการที่บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ (Listed Companies) นำโดย แสนสิริ และ พฤกษา โฮลดิ้ง หันมารุกตลาดรับสร้างบ้านบนที่ดินลูกค้าอย่างเต็มตัว เพื่อระบายศักยภาพด้านการผลิตและวิศวกรรมในช่วงที่ตลาดบ้านจัดสรรชะลอตัวปรากฏการณ์นี้ทำให้ตลาดมีการแข่งขันที่ “ยกระดับ” ขึ้นทันที โดยรายใหญ่พยายามนำเทคโนโลยี Precast มาปรับใช้เพื่อความรวดเร็ว ขณะที่บริษัทรับสร้างบ้านดั้งเดิมต้องชูจุดเด่นเรื่อง “ความประณีต” และ “การออกแบบที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล” นอกจากนี้การเข้ามาของแบรนด์ระดับมหาชนช่วยลดความกังวลเรื่อง “ผู้รับเหมาทิ้งงาน” ซึ่งจะกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ที่ผู้ประกอบการทุกรายต้องสร้างความมั่นใจในระดับสูงสุดจึงจะอยู่รอดได้

แนวโน้มและทิศทางตลาดรับสร้างบ้านปี 2569

ฝ่ายวิจัยและพัฒนาธุรกิจ คาดการณ์ว่าในปี 2569 มูลค่าตลาดรับสร้างบ้านมีแนวโน้มฟื้นตัวกลับมาอยู่ที่ 17,000 – 18,000 ล้านบาท หรือเติบโตเพิ่มขึ้น 25% โดยมีปัจจัยหนุนจากการขยายสาขาของผู้ประกอบการรายเดิมและการรุกตลาดของรายใหม่ ซึ่งประเมินว่าธุรกิจรับสร้างบ้าน (ดำเนินการโดยบริษัทรับสร้างบ้าน) จะมีแชร์ส่วนแบ่งจากมูลค่าตลาดรวม “บ้านสร้างเอง” ทั่วประเทศได้เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคตะวันออกที่มีศักยภาพ (High Potential Zones) อย่างเช่น ชลบุรี ระยอง ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการลงทุนอุตสาหกรรมไฮเทคและการย้ายถิ่นฐานของกลุ่ม Expat รวมถึงพื้นที่ในจังหวัดหัวเมืองรองและเมืองท่องเที่ยว เช่น ลพบุรี นครสวรรค์ และนครศรีธรรมราช ที่กลุ่มผู้ซื้อวัยทำงานย้ายกลับไปสร้างรากฐานในบ้านเกิดเพื่อหนีค่าครองชีพในกรุงเทพฯ ตลอดจนพื้นที่ในจังหวัดศูนย์กลางภูมิภาค ได้แก่เชียงใหม่ นครราชสีมา และภูเก็ตยังคงเป็นทำเลทองที่มีกำลังซื้อสะสมสูง

จุดเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI และ Consumer Insights

นางสาวจิราภากล่าวเพิ่มเติมว่า “ปี 2569 จะเป็นปีแห่งการพิสูจน์ความแข็งแกร่งด้วย “เทคโนโลยี” โดยเฉพาะบทบาทของ AI ที่กลายเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวของผู้บริโภคในการเปรียบเทียบข้อมูล (Hyper-personalization) ผู้ประกอบการจึงต้องปรับตัวรองรับ 4 เมกะเทรนด์สำคัญ ประกอบด้วย 1) Wellness & Air Quality โดยให้ความสำคัญกับบ้านต้องเป็น Safe Zone ป้องกัน PM 2.5 และเชื้อโรค 2) Universal Design การออกแบบที่รองรับสังคมสูงวัย (Aging Society) แบบไร้รอยต่อ 3) Sustainability บ้านที่มีนวัตกรรม Green Home และ Solar Cell เพื่อลดค่าใช้จ่ายระยะยาว และ 4) Generational Change: ตอบโจทย์ Gen Y และ Gen Z ที่ต้องการบ้านอัจฉริยะที่สะท้อนตัวตน”

บทสรุปและข้อเสนอแนะ

“แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะยังดูเปราะบางแต่ปี 2569 คือช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่มีความพร้อม เนื่องจากต้นทุนวัสดุก่อสร้างและดอกเบี้ยอยู่ในระดับที่ค่อนข้างนิ่ง ตลาดในปีนี้จะเป็นการแข่งขันเพื่อมอบ “ความคุ้มค่าเหนือราคา” ผู้ประกอบการรายใดที่ไม่สามารถปรับตัวสู่นวัตกรรม หรือไม่สามารถพิสูจน์ความมั่นคงได้จะถูกคัดกรองออกจากตลาดโดยธรรมชาติ การเปลี่ยนผ่าน (Transformation) ในปี 2569 นี้ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่คือการเปลี่ยนผ่านสู่การสร้าง “ที่อยู่อาศัยที่ยั่งยืน” เพื่อส่งต่อคุณภาพชีวิตที่ดีจากรุ่นสู่รุ่นอย่างแท้จริง” นางสาวจิราภา กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด