
การเคหะแห่งชาติ ชี้แจงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจสนธิกำลังเข้าตรวจค้นแฟลตดินแดงในโครงการเคหะชุมชนดินแดง 2 เพื่อตรวจสอบขบวนการนำชื่อบุคคลต่างด้าวเข้าทะเบียนบ้านและการออกบัตรประจำตัวบุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ยืนยันการเคหะแห่งชาติไม่มีอำนาจหน้าที่ในการย้ายชื่อบุคคลเข้าหรือออกจากทะเบียนบ้าน และไม่อนุญาตให้บุคคลต่างด้าวเป็นผู้เช่าหรืออยู่อาศัยในโครงการ พร้อมให้ความร่วมมือและสนับสนุนข้อมูลแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่
นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล กรมการปกครอง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) คณะทำงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สนธิกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่แฟลตดินแดง ในโครงการเคหะชุมชนดินแดง 2 เพื่อดำเนินการตรวจสอบกรณีการนำชื่อบุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทยเข้าทะเบียนบ้านและการจัดทำบัตรประจำตัวบุคคลซึ่งไม่มีสถานะทางทะเบียนโดยมิชอบนั้น
การเคหะแห่งชาติขอยืนยันว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการย้ายชื่อเข้า-ออกทะเบียนบ้าน หรือการออกบัตรประจำตัวบุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทย เนื่องจากเป็นอำนาจหน้าที่ของฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขต โดยการเคหะแห่งชาติมีหน้าที่เพียงออกหนังสือรับรองการเป็นคู่สัญญาให้ผู้เช่า เพื่อนำไปใช้ประกอบการขอทะเบียนบ้านเท่านั้น ทั้งนี้ ตามระเบียบการเคหะแห่งชาติไม่อนุญาตให้บุคคลต่างด้าวเป็นผู้เช่าหรืออยู่อาศัยและมีการตรวจสอบการอยู่อาศัยเป็นประจำทุกปีในช่วงการต่อสัญญาเช่าประจำปี โดยคู่สัญญาจะต้องนำทะเบียนบ้านตัวจริงมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ พร้อมระบุข้อมูลผู้อยู่อาศัยภายในห้องตามแบบฟอร์มที่การเคหะแห่งชาติกำหนด
ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับห้องพักอาศัยที่ถูกร้องเรียนกรณีมีแรงงานต่างด้าวพักอาศัย จำนวน 3 ห้อง ก่อนหน้านี้การเคหะแห่งชาติร่วมกับสถานีตำรวจนครบาลดินแดง และสำนักงานเขตดินแดง ลงพื้นที่ตรวจสอบห้องดังกล่าวแล้ว แต่ไม่พบการพักอาศัยจริง ซึ่งเป็นการย้ายชื่อแฝงเข้ามาในระบบทะเบียนโดยการเคหะแห่งชาติไม่สามารถตรวจสอบได้ ปัจจุบันการเคหะแห่งชาติได้ยกเลิกสัญญากับผู้เช่าห้องพักที่ถูกร้องเรียนเรียบร้อยแล้ว ส่วนห้องพักที่น่าสงสัยอยู่ระหว่างการตรวจสอบจากสำนักงานเขตดินแดง หากพบว่ามีการทำผิดระเบียบจริง การเคหะแห่งชาติจะบอกยกเลิกสัญญาเช่าทันที
“การเคหะแห่งชาติพร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ โดยที่ผ่านมาได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้เช่า สถานะสัญญา และการตรวจสอบพื้นที่แก่เจ้าหน้าที่ เพื่อสนับสนุนการสืบสวนและดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย” นายทวีพงษ์ กล่าวโดยสรุป







