
วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ที่โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น จตุจักร กรุงเทพฯ – เครือข่ายทันตบุคลากรไทยเพื่อการควบคุมยาสูบและบุหรี่ไฟฟ้า ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และภาคีเครือข่ายสุขภาพ จัดงาน “Zero Smoke No Vape : โชว์พลังเยาวชน – ทันตบุคลากรสร้างสังคมปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า” เพื่อรณรงค์สร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กและเยาวชนไทยรู้เท่าทันภัยบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์นิโคตินรูปแบบใหม่ พร้อมส่งเสริมบทบาททันตบุคลากรในการช่วยผู้ป่วยเลิกบุหรี่ในคลินิกทันตกรรมทั่วประเทศ เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก ปี 2569



รศ.ทพญ.ดร. ศิริวิมล ศรีสวัสดิ์ นายกทันตแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์บุหรี่ไฟฟ้าในเด็กและเยาวชนไทยยังน่าเป็นห่วงอย่างมาก โดยเฉพาะการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ได้ง่ายผ่านช่องทางออนไลน์และสื่อสังคมดิจิทัล ขณะเดียวกันผลิตภัณฑ์นิโคตินก็มีการพัฒนารูปแบบใหม่ให้ดูคล้ายของเล่น ขนม หรืออุปกรณ์การเรียน เพื่อดึงดูดเด็กและเยาวชนให้ทดลองใช้โดยไม่ตระหนักถึงอันตราย
“ข้อมูลทางทันตแพทยศาสตร์พบว่า บุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าส่งผลกระทบต่อสุขภาพช่องปากอย่างชัดเจน ทั้งการเพิ่มความเสี่ยงโรคปริทันต์อักเสบ การสูญเสียฟันก่อนวัย ภาวะเลือดออกตามไรฟัน การเสียสมดุลจุลินทรีย์ในช่องปาก รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งช่องปาก นอกจากนี้นิโคตินยังมีผลต่อสมอง หัวใจ และระบบหลอดเลือด โดยเฉพาะในเด็กและวัยรุ่นซึ่งสมองยังพัฒนาไม่สมบูรณ์”


นายกทันตแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า ทันตแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยมีความต้องการให้ภาครัฐและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ออกกฎหมายบังคับใช้เกี่ยวกับสารนิโคตินที่ปัจจุบันพัฒนาไปไกลทั้งรูปแบบลูกอม ยาสูดดม และมีแพ็คเกจที่ดึงดูดความสนใจของเด็ก รวมถึงเพิ่มบทลงโทษเกี่ยวกับการสูบ และครอบครองบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า
ด้าน นางภัทรวรรณ ภัทรบวรวุฒิ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า บุหรี่ไฟฟ้าถือเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อเด็กและเยาวชนในยุคปัจจุบัน เนื่องจากธุรกิจบุหรี่ไฟฟ้ามีกลยุทธ์การตลาดที่มุ่งเป้ากลุ่มเยาวชน ทั้งการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีสีสัน กลิ่น และรูปลักษณ์ที่ดึงดูดความสนใจ รวมถึงการใช้สื่อออนไลน์สร้างค่านิยมที่คลาดเคลื่อน เช่น ความเชื่อว่าบุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัยหรือช่วยเลิกบุหรี่ได้ กิจกรรม “Zero Smoke No Vape : โชว์พลังเยาวชน – ทันตบุคลากรสร้างสังคมปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า” เป็นความร่วมมือทุกภาคส่วนเพื่อป้องกันเด็กจากสารนิโคตินทุกรูปแบบ ทั้งนี้ครอบครัว ผู้ปกครอง จะต้องใกล้ชิดกับบุตรหลานให้มากๆ และคอยสอดส่องดูแลพฤติกรรมเด็กให้มาก เพื่อป้องกันภัยจากบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า
“สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จึงร่วมมือกับเครือข่ายทันตบุคลากรและภาคีด้านสุขภาพ ขับเคลื่อนมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าในสถานศึกษา ผ่านการสร้างองค์ความรู้ การพัฒนาสื่อสร้างสรรค์ การเฝ้าระวังในโรงเรียน และการสนับสนุนกิจกรรมที่ส่งเสริมทักษะการปฏิเสธบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าในเด็กนักเรียนทั่วประเทศ”



ขณะที่ ทันตแพทย์ สุธา เจียรมณีโชติชัย ประธานแผนงานย่อยทันตบุคลากรต้านภัยยาสูบชุดที่ 2 กล่าวว่า การป้องกันนักสูบหน้าใหม่ยังเป็นภารกิจสำคัญของทันตบุคลากรไทย เนื่องจากอายุของผู้เริ่มสูบบุหรี่มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันพบว่าผู้เข้าถึงและสูบบุหรี่เป็นเยาวชนที่มีอายุแค่เพียง 9 ขวบเท่านั้น การสร้างทักษะชีวิตและทักษะการปฏิเสธในเด็กจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง พร้อมกันนี้ ยังได้ขับเคลื่อนโครงการช่วยผู้ป่วยเลิกบุหรี่ในคลินิกทันตกรรมควบคู่กับการป้องกันนักสูบหน้าใหม่ในโรงเรียน โดยมุ่งหวังให้ทันตบุคลากรเป็นกำลังสำคัญในการสร้างสุขภาพช่องปากที่ดี และลดปัจจัยเสี่ยงจากบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าในประชาชนทุกช่วงวัย
“ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา โครงการได้ดำเนินงานครอบคลุมพื้นที่ 20 จังหวัด ใน 12 เขตสุขภาพ และโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขจำนวน 111 แห่ง มีการคัดกรองผู้ป่วยรวม 525,013 คน พบผู้สูบบุหรี่ 29,114 คน และสามารถชักชวนเข้าสู่กระบวนการช่วยเลิกบุหรี่ได้ 5,681 คน โดยจากความร่วมมือของทันตบุคลากรและภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน สามารถช่วยให้ผู้ป่วยเลิกบุหรี่ได้สำเร็จ 782 คน คิดเป็นร้อยละ 13.77 สะท้อนบทบาทสำคัญของคลินิกทันตกรรมในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของประชาชน”

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการบรรยายพิเศษหัวข้อ “บุหรี่ไฟฟ้า / นิโคตินรูปแบบใหม่ สู่ยาเสพติด” โดย ผศ.ดร. ศรีรัช ลาภใหญ่ ซึ่งกล่าวเตือนถึงการแพร่ระบาดของผลิตภัณฑ์นิโคตินยุคใหม่ ที่เปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์และวิธีการใช้ไปอย่างรวดเร็วอย่าง nicotine pouch หรือ “นิโคตินแบบซอง” ที่ใช้นิโคตินสังเคราะห์แบบผง ผ่านการดูดซึมทางเหงือกโดยวิธีการเหน็บในช่องปาก หรือ “พอดจมูก” ที่ใช้วิธีการสูดไอระเหยทางจมูกแทน รวมไปถึงบุหรี่ไฟฟ้าผสมยาเสพติด (drug laced e-cig) อย่าง “พอดเค” “พอดซอมบี้” ที่ใช้การเสพยาเสพติดหลากประเภทผ่านบุหรี่ไฟฟ้า พร้อมเน้นย้ำให้ครอบครัว สถานศึกษา และหน่วยงานรัฐร่วมเฝ้าระวังและควบคุมอย่างเข้มงวด เพื่อปกป้องเยาวชนจากภัยนิโคตินรูปแบบใหม่ในยุคดิจิทัล
งาน “Zero Smoke No Vape : โชว์พลังเยาวชน – ทันตบุคลากรสร้างสังคมปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า” จึงเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญในการรวมพลังของเยาวชน บุคลากรทางการศึกษา ทันตบุคลากร และภาคีเครือข่ายสุขภาพ เพื่อร่วมกันสร้างสังคมไทยที่ปลอดภัยจากบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์นิโคตินทุกรูปแบบอย่างยั่งยืน






