
- พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ชี้ Longevity กลายเป็นโจทย์ใหม่ของการอยู่อาศัย ไม่ใช่เพียงประเด็นด้านการแพทย์ โดยคุณภาพของ Health span ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์และสภาพแวดล้อมในการใช้ชีวิตระยะยาว
- ตอกย้ำการยกระดับบทบาท Property Management ไม่เพียงดูแลอาคาร แต่ดูแลคุณภาพชีวิต สอดรับทิศทาง Wellness Real Estate ที่กำลังเป็นแกนสำคัญของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย
- มอง “บ้าน” เป็นโครงสร้างพื้นฐานของสุขภาวะ หากสภาพแวดล้อมไม่เอื้อต่อสุขภาพและความปลอดภัย ย่อมกระทบคุณภาพชีวิตและมูลค่าทรัพย์สินในระยะยาว
- วาง 4 กลยุทธ์เชิงระบบ ขับเคลื่อน Longevity ครอบคลุมการส่งเสริมสุขภาพกายใจ การสร้างคอมมูนิตี้คุณภาพ การใช้เทคโนโลยียกระดับความปลอดภัย และการสร้างภูมิคุ้มกันให้ผู้อยู่อาศัยดูแลตัวเองได้
- มุ่งพัฒนาการอยู่อาศัยให้รองรับการใช้ชีวิตในทุกช่วงวัย สร้างความมั่นคง อุ่นใจ และคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน

นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสังคมและพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพและคุณภาพชีวิตในระยะยาว แนวคิด ‘Longevity’ ได้ขยายบทบาทจากภาคการแพทย์และการดูแลสุขภาพ มาสู่มิติของการอยู่อาศัยอย่างชัดเจน เนื่องจากหัวใจของการมี Health span หรือการมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ ไม่เพียงขึ้นอยู่กับการเข้าถึงการรักษาทางการแพทย์ที่ดีเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับไลฟ์สไตล์และสภาพแวดล้อมในการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมีนัยสำคัญ
แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางของ Wellness Real Estate ที่ให้ความสำคัญกับการออกแบบและบริหารจัดการพื้นที่อยู่อาศัยให้เอื้อต่อสุขภาพกาย-ใจ และความสมดุลในการใช้ชีวิต ทำให้ภาคอสังหาริมทรัพย์และการบริหารจัดการอาคารต้องปรับบทบาทจากการดูแลทรัพย์สิน ไปสู่การดูแลคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยอย่างรอบด้าน
บ้านคือพื้นที่ที่ผู้คนใช้ชีวิตในระยะยาว หากสภาพแวดล้อมไม่เอื้อต่อสุขภาพและความปลอดภัย คุณภาพชีวิตก็มีโอกาสถดถอยตามไปด้วย หน้าที่ของ Property Management จึงไม่ใช่แค่การดูแลอาคาร แต่คือการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะกายใจที่ดีอย่างยั่งยืน
จากแนวคิดดังกล่าว พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จึงวาง 4 กลยุทธ์หลัก เพื่อยกระดับการดูแลการอยู่อาศัยแบบองค์รวม รองรับการใช้ชีวิตในทุกช่วงวัย และสนับสนุนแนวคิด Longevity อย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่
- การส่งเสริมสุขภาพกายและใจอย่างต่อเนื่อง
เราให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพในเชิงป้องกัน ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรด้านสุขภาพ เพื่อสนับสนุนให้ผู้อยู่อาศัยเข้าถึงความรู้และบริการด้านสุขภาพได้ง่ายขึ้น ลดความเสี่ยงด้านสุขภาวะในระยะยาว และทำให้การอยู่อาศัยเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน เช่น การมีนักโภชนาการอาหาร ที่ปรึกษาด้านสุขภาพจิต การตรวจสุขภาพที่บ้าน เป็นต้น
- การสร้างคอมมูนิตี้คุณภาพ
Longevity ไม่ได้หมายถึงสุขภาพร่างกายเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงสุขภาพใจและความสัมพันธ์กับผู้คนรอบตัว พลัสฯ จึงมุ่งสร้างคอมมูนิตี้ที่เอื้อต่อการมีปฏิสัมพันธ์ ผ่านกิจกรรมและการมีส่วนร่วมในโครงการ เพื่อส่งเสริมความสุขในการอยู่อาศัยระยะยาวอาทิ กิจกรรมโยคะที่สนามหญ้าส่วนกลาง การยืดกล้ามเนื้อก่อนว่ายน้ำเพื่อความปลอดภัย กิจกรรมบำบัดผ่านศิลปะ หรือกิจกรรมจิตอาสาเพื่อบำบัดจิตใจ เช่น ร่วมกันไปช่วยฟื้นฟูโรงเรียน การนำบุคลากรของเราไปถ่ายทอดความรู้และความเชี่ยวชาญให้กับลูกบ้านและชุมชนรอบข้างเป็นต้น
- การใช้เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยและความอุ่นใจในการอยู่อาศัย
ความปลอดภัยเป็นปัจจัยพื้นฐานของคุณภาพชีวิต พลัสฯ นำเทคโนโลยีอัจฉริยะ (Smart Technology) ของ LIV-24 มาช่วยยกระดับมาตรฐานการดูแลความปลอดภัยเชิงป้องกัน ที่มีโซลูชันใช้ AI ช่วยตรวจจับเหตุผิดปกติและแจ้งเตือนได้แบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง สามารถป้องกันผู้บุกรุก สัตว์อันตราย หรือ ไฟไหม้ นอกจากนี้ ยังมีระบบ IoT ที่ช่วยตรวจสอบการทำงานของอุปกรณ์อาคาร เช่น ลิฟต์ ระบบไฟฟ้า และระบบน้ำ เพื่อลดความเสียหายและป้องกันปัญหาก่อนเกิดขึ้น ลดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน
- การสร้างภูมิคุ้มกันให้ผู้อยู่อาศัยดูแลตัวเองและคนรอบข้างได้
การที่ผู้อยู่อาศัยสามารถมีภูมิคุ้มกันและสามารถเอาตัวรอดได้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน หรือความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน ผ่านการให้ความรู้ การสื่อสาร และเครื่องมือที่ช่วยเสริมความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยและการใช้ชีวิตอย่างรอบคอบ เพื่อสร้างความเข้มแข็งจากภายในชุมชน เช่น มอบพวงกุญแจเบอร์ฉุกเฉินให้ลูกบ้าน ร่วมมือกับแสนสิริและ Whoscall มอบโค้ดพิเศษให้ลูกบ้านใช้งานเพื่อป้องกันภัยมิจฉาชีพ รวมถึงให้ความรู้เกี่ยวกับสภาวะฉุกเฉิน ช่วยให้หากเกิดเหตุ ลูกบ้านสามารถช่วยเหลือตัวเองเบื้องต้นได้ และเพิ่มโอกาสในการรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น
พลัสฯ มองว่า เมื่อ Longevity กลายเป็นโจทย์ร่วมของสังคม การอยู่อาศัยจำเป็นต้องถูกออกแบบและบริหารจัดการให้เอื้อต่อการใช้ชีวิตในระยะยาวอย่างแท้จริง บทบาทของ Property Management จึงไม่ใช่เพียงการดูแลอาคารให้อยู่ในสภาพดี แต่คือการวางระบบที่ช่วยให้ผู้อยู่อาศัยมีคุณภาพชีวิตที่ดี ปลอดภัย และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจในทุกช่วงวัย ควบคู่กับการรักษามูลค่าทรัพย์สินในระยะยาวไปพร้อมกันได้อย่างสมดุล





