Saturday, 20 April 2024 - 7 : 10 am
spot_img
spot_img
spot_img

Splendor-Biz

สื่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์

ครบครันบนโลกออนไลน์

Saturday, 20 April 2024 - 7 : 10 am
spot_img
spot_img
spot_img

เซ็น กรุ๊ป เปิดเกมรุก-ดุดัน ลับคม 5 ธุรกิจในเครือ วางกลยุทธ์ตอบโจทย์และครอบคลุมผู้บริโภค ทั้งไทย-ตปท ตั้งเป้าปี 66 แตะ 4.5 พันล้าน

บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ เซ็น กรุ๊ป ผู้นำธุรกิจร้านอาหารชั้นนำของประเทศไทย เปิดเผยความสำเร็จปี 65 ผ่านการดำเนินงานใน 5 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจร้านอาหาร, ธุรกิจแฟรนไชส์, ธุรกิจจัดส่งอาหารและอีคอมเมิร์ซ, ธุรกิจอาหารค้าปลีก และส่วนการลงทุนในธุรกิจใหม่ ชี้ภาพรวมธุรกิจเติบโตกว่า 51% ชูรายได้รวม 3,413 ล้านบาท กำไร 154 ล้านบาท พร้อมเปิดเกมรุกแบบดุดัน ลับคมทั้ง 5 ธุรกิจ กับการวางกลยุทธ์การตลาดที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง รวมถึงแผนขยายสาขาของร้านอาหารในเครือและแฟรนไชส์ทั้งในไทยและต่างประเทศ ตลอดจนการเพิ่มช่องทางกระจายสินค้าในธุรกิจอาหารค้าปลีก เพื่อผลักดันเป้าปี 66 ให้แตะ 4.5 พันล้านบาท

คุณบุญยง ตันสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เผยว่า “สำหรับปี 65 ที่ผ่านมา ธุรกิจในเครือเซ็นกรุ๊ปสามารถเติบโตได้ตามเป้า ตอกย้ำความเป็นผู้นำธุรกิจร้านอาหารชั้นนำในประเทศไทย ทำรายได้ไปถึง 3,413 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ของบริษัท และจากการคาดการณ์ของศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าในปี 66 มูลค่ารวมของธุรกิจร้านอาหารจะอยู่ที่ 4.18 – 4.25 แสนล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 2.7 – 4.5% จากปีก่อน โดยเฉพาะร้านอาหาร Full Service ที่เป็นกลุ่มร้านอาหารที่อยู่ในห้างสรรพสินค้า และร้านนอกห้างสรรพสินค้าที่มีชื่อเสียง จะเห็นการเติบโตแบบชัดเจนขึ้น ซึ่งการคาดการณ์ในส่วนนี้ผนวกกับทิศทางองค์กรและการวางแผนกลยุทธ์ที่ดีจะส่งผลให้ปี 66 นี้ เติบโตขึ้นไปถึงเป้าที่ตั้งไว้อีกได้อย่างแน่นอน”

5 เสาหลักธุรกิจกับทิศทางองค์กรในปี 2566

ธุรกิจร้านอาหาร

ถือได้ว่าเป็นธุรกิจหลักของเซ็นกรุ๊ป สัดส่วนกว่า 70% ของธุรกิจทั้งหมด ตลอดระยะเวลาของการดำเนินธุรกิจกว่า 32 ปี ปัจจุบันมีร้านอาหารในเครือกว่า 10 แบรนด์ รวมแล้วกว่า 345 สาขา ซึ่งปี 65 ที่ผ่านมาขยายไปแล้วกว่า 45 สาขา ทั้งสาขาที่ลงทุนเองและแฟรนไชส์ ครอบคลุมในไทยและต่างประเทศ โดยในปีนี้ธุรกิจนี้จึงถูกโฟกัสเป็นพิเศษเช่นเดิม เพื่อเน้นการทำรายได้และกำไรของสาขาที่มีอยู่ในปัจจุบัน การปรับโมเดลธุรกิจให้กระชับ ทันสมัย พร้อมทั้งการขยายเพิ่มอีกกว่า 90 สาขาภายในปี 66 ทั้งสาขาที่ลงทุนเองและแฟรนไชส์ และเน้นการทำการตลาดที่เผ็ดร้อน สร้างกระแสที่สนุกสนานให้กับวงการตลอดทั้งปี

คุณปรีด์ สุวิมลธีระบุตร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจร้านอาหาร บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “สำหรับกลุ่มธุรกิจร้านอาหารของเซ็นกรุ๊ป ในส่วนของกลยุทธ์การขยายสาขาปี 2565 บริษัทได้ใช้ Growth Strategy โดยการเปิดสาขาบนพื้นที่ใหม่ ๆ มุ่งเน้นการขยายไปที่น่านน้ำใหม่ เช่น ในพื้นที่ต่างจังหวัด เมืองหลักและเมืองรองที่บริษัทไม่เคยไป ทำให้สามารถขยายสาขาในต่างจังหวัดไปได้มากเกินกว่าครึ่งของจำนวนสาขาที่เปิดทั้งหมดในปีก่อนหน้า ส่งผลให้แบรนด์เป็นที่รู้จักในวงกว้างและครอบคลุมการให้บริการทั่วประเทศ สำหรับอีกส่วนหนึ่งคือ กลยุทธ์การบริหารจัดการร้านอาหาร บริษัทได้ขยายการนำวัตถุดิบคุณภาพที่มีมาตรฐานของบางแบรนด์ไปต่อยอดกับทุก ๆ แบรนด์ในเครือฯ ทำให้บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนสินค้าได้ดีขึ้น ทั้งในแง่ของการจัดซื้อ การวางแผนและการบริหารจัดการสาขาอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในส่วนสุดท้ายคือ กลยุทธ์ด้านเทคโนโลยี ซึ่งบริษัทก็ได้มีการนำเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพต่อการทำงานของสาขา ไม่ว่าจะเป็น Robot, QR Ordering/Payment, Cashless และ CRM เข้ามาใช้ ทำให้บริษัทสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในด้านบุคลากรของบริษัทได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เรียกได้ว่าเป็นปีที่ประสบความสำเร็จอย่างมากกับกลยุทธ์ในทุกส่วนงาน ทำสถิติยอดขายและกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของบริษัทได้อย่างเป็นผลสำเร็จ

ในส่วนของการก้าวเข้าสู่ปี 66 นี้ บริษัทก็ได้มีการวางแผนขยายสาขาร้านอาหารไปในทิศทางเดียวกันกับปีก่อนพร้อมกับการต่อยอดการใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพเข้ามาเพื่อช่วยพัฒนาระบบภายในร้าน และเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Robot, QR Ordering/Payment, Cashless ให้รองรับการใช้งานกับทุกร้านและทุกสาขาในเครือทั้งหมดด้วย”

คุณมยุรี จิตรกร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการตลาด บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เผยว่า “ปีนี้ตั้งเป้าขยาย Customer Base ให้กว้างขึ้นในทุกมิติ เพื่อให้สอดคล้องกับการขยายธุรกิจทั้งแบรนด์ญี่ปุ่นแบรนด์ไทยและแฟรนไชส์ ด้วยกลยุทธ์การทำการตลาดแบบ Insightful Marketing ไม่ใช่แค่รู้จัก แต่ต้องเข้าใจความต้องการที่ซ่อนอยู่ของผู้บริโภคอย่างแท้จริง ซึ่งสะท้อนออกมาใน 3 แง่มุม ดังนี้

  1. Insightful Product ที่ช่วยขยายฐานลูกค้าใหม่ : เราดึงข้อมูลเชิงลึกทั้งข้อมูลการขายและการวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้บริโภค จนเราพัฒนามาเป็น Product และบริการใหม่ ๆ เช่น เซ็น เรสเตอร์รอง มุ่งขยายไปยังกลุ่มคนทำงานที่มีความต้องการหลากหลาย ด้วยการออกเมนู Lunch Set คุณภาพดีแบบตอบโจทย์ ทั้งในแง่มุมของ Menu Mix ที่อร่อยได้ 2 เมนูใน 1 เซ็ต ปริมาณที่เลือกอิ่มได้พอดี และราคาที่เข้าถึงได้ หรือในส่วนของแบรนด์ไทย อาทิ เขียง ที่ออกเมนู “กะเพราสองรัก” เพราะเราเข้าใจผู้บริโภคว่า ในหนึ่งมื้อเขาอยากทานหลายเมนูในงบจำกัด จึงออกเป็นกะเพรา + ไก่กระเทียม ที่ใคร ๆ ก็ถูกใจ
  2. Insightful Promotion ที่เข้าใจและเข้าถึงลูกค้าใหม่ : เราทำการศึกษาพฤติกรรมของลูกค้าในทุกแง่มุม ทั้งโอกาสในการเข้ามารับประทาน และช่วงเวลาของการรับประทาน จนเรามองเห็นโอกาสทางธุรกิจที่จะต่อยอดแต่ละแบรนด์ได้ อาทิ อากะ ยากินิกุ แน่นอนว่าเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในใจคนรักบุฟเฟต์ แต่เราอยากเริ่มขยายฐานไปสู่กลุ่มคนรักบุฟเฟต์ตั้งแต่วัยเรียน จึงออกแคมเปญ “ป่ะ ทาน นักเรียน” เพราะอยากเติมเต็มพลังที่ใช้ไปในงบที่เข้าถึงได้ เราจึงมอบส่วนลดสำหรับนักเรียนหลังเลิกเรียนให้ได้อิ่มจุกอย่างเต็มที่ ทั้งยังสื่อสารออกมาในรูปแบบที่สนุกสนานโดนใจ และใช้สื่อที่เข้าถึงโดยเฉพาะ หรือ แบรนด์ตำมั่ว เราออกโปรโมชั่น
    “เบิ้ลเครื่อง” เพราะมาจากข้อมูลที่เราคอยสังเกตลูกค้าว่าลูกค้ามักจะขอเพิ่มส่วนผสมพิเศษอื่น ๆ ที่ตัวเองชื่นชอบ จึงเป็นที่มาของการเพิ่มเครื่องให้แน่นขึ้นในเมนูยอดฮิตทั้งหลาย หรือแม้แต่การสั่งเครื่องแยกแบบ DIY เพื่อให้ลูกค้าเติมเต็มความฟินด้วยตัวเอง
  3. Insightful Communications สื่อสารถูกใจในรูปแบบใหม่ : เราเชื่อว่าการสร้าง Awareness แบบทั่วไป
    ไม่เพียงพอ ทุกวันนี้เราต้องแข่งกับ Content ที่หลากหลายในมือของผู้บริโภค ลองหาวิธีที่จะทำอย่างไร ให้พวกเขาหันมามองแบรนด์ของเรา “Call Attention with Engagement” จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญในการสื่อสาร แต่ต้องเป็นการเรียกให้ผู้บริโภคหันมามองแบบเข้าอกเข้าใจตัวเขา ประเดิมต้นปีด้วยแบรนด์ เซ็น เรสเตอร์รอง ที่ออกแคมเปญ “Dear Boss” ที่ชวนบอสทั่วไทยเปิดโอกาสให้น้อง ๆ หนุ่มสาวออฟฟิศ ลุกจากหน้าคอม ออกไปทานมื้อเที่ยงแบบมีคุณภาพที่ เซ็น เรสเตอร์รอง เพื่อสร้าง Work Lunch Balance ให้ชีวิตชาวออฟฟิศ สร้างเสียงฮือฮาผ่านข้าวหน้าบอสชั้นนำในไทย จนสื่อไทยและสื่อนอกไปขยายผลต่อ ส่วน ออน เดอะ เทเบิ้ล  ก็วางแผนขยายผลต่อหลังจากเปิดตัวโต๊ะจัง ตัวแทนสาวรุ่นใหม่ที่ช่วยพาแบรนด์ ออน เดอะ เทเบิ้ล ติดลมบน ปีนี้ยังเตรียมคอลแลปและครีเอทกิจกรรมสนุก ๆ แบบเข้าถึง เข้าใจสาว ๆ อีกมากมาย

ทั้ง 3 แง่มุมนี้จะถูกใช้โดยมุ่งเน้นเรื่องการสื่อสารและสร้างการรับรู้ ให้เข้าถึงไลฟสไตล์แบบตรงใจ รวมถึงการสร้างแบรนด์ให้มีชีวิต มีคาแร็คเตอร์ที่โดดเด่น แต่ยังคงชูความแข็งแรงในเรื่องการควบคุมคุณภาพวัตถุดิบ รสชาติอาหาร และการให้บริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการจดจำแบรนด์ให้เป็น Top of Mind ในกลุ่มเป้าหมายต่อไป”

ธุรกิจแฟรนไชส์

ขณะที่ธุรกิจแฟรนไชส์ก็ยังคงเป็นที่สนใจของตลาดอยู่ไม่น้อย ส่งผลให้การขยายสาขาแฟรนไชส์ทั้งในและต่างประเทศเป็นที่ต้องการอย่างต่อเนื่อง คุณศิรุวัฒน์ ชัชวาลย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจแบรนด์ไทย บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า“ทางเซ็นกรุ๊ปก็ได้เตรียมแผนขยายฐานลูกค้าใหม่และมองหาตลาดใหม่ ผลักดันแบรนด์ ตำมั่ว และเขียง บุกหนักสร้างความแข็งแกร่งกับตลาดหลักในกลุ่มประเทศอาเซียน อาทิ ไทย มาเลเซีย กัมพูชา เวียดนาม ลาว และสร้างโอกาสในการเติบโตกับตลาดใหม่ให้ครอบคลุมประเทศในภูมิภาคเอเชีย อาทิ เกาหลีใต้ เป็นต้น คาดว่าในปี 66 นี้ จะสามารถต่อยอดให้ธุรกิจแฟรนไชส์เติบโตได้ตามเป้าหมาย อีกส่วนคือการมุ่งเน้นเรื่องการขายวัตถุดิบให้แฟรนไชส์ เพื่อสร้างมาตรฐานเดียวกันให้เกิดขึ้นในทุกสาขาด้วย”

ธุรกิจอาหารค้าปลีก

“หลังจากปีที่แล้วที่ทางเซ็นกรุ๊ป ได้ดึง “คิง มารีน ฟู้ดส์” และ “เซ็น แอนด์ โกสุม อินเตอร์ฟู้ดส์” เสริมทัพพอร์ทธุรกิจอาหารในเครือ สามารถช่วยสร้างรายได้ของบริษัทฯ ไปไม่น้อยในปีที่ผ่านมา ปีนี้ได้มีการวางแผนที่จะเร่งสร้างยอดขายธุรกิจอาหารค้าปลีกให้ได้ตามเป้าหมาย พร้อมกับการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายและศูนย์กระจายสินค้าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงการปรับปรุงโรงงานและคลังสินค้าให้รองรับกับยอดขายที่เติบโตขึ้น

จากความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากเข้าลงทุนใน 2 บริษัทข้างต้น ส่งผลให้ธุรกิจอาหารค้าปลีกเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ช่วยสร้างยอดขายและลดต้นทุนวัตถุดิบให้กับธุรกิจได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ทางเซ็นกรุ๊ปเองก็ยังคงมองหาโอกาส การลงทุนในธุรกิจใหม่ ที่มีความน่าสนใจและให้อัตราผลตอบแทนที่คุ้มค่า เข้ามาเสริมทัพพอร์ทธุรกิจอาหารในเครือให้มีขนาดใหญ่และแข็งแกร่งมากขึ้นต่อไป” คุณศิรุวัฒน์ ชัชวาลย์ กล่าวเสริม

ธุรกิจจัดส่งอาหารและอีคอมเมิร์ซ

ในส่วนนี้จะได้ถูกปรับปรุงระบบสนับสนุนการขายให้ราบรื่นคล่องตัวมากยิ่งขึ้น ปักหมุดขยายธุรกิจจาก B2C เป็น B2B โดยเน้นการขาย Voucher แก่องค์กร พร้อมกับการสร้างการรับรู้ระบบและเพิ่มยอดสมาชิก ผ่านแอพพลิเคชัน ZEN GROUP ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น และ 1376 Delivery บริการจัดส่งอาหาร โดยเน้นรูปแบบ Big Order ชูความแตกต่าง เน้นคุณภาพการบริการและศักยภาพในการจัดส่งอาหารในจำนวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“คาดว่าปี 66 สัดส่วนรายได้ของแต่ละธุรกิจในเครือ เซ็นกรุ๊ป จะแบ่งเป็นรายได้จาก ธุรกิจร้านอาหาร 74% ธุรกิจแฟรนไชส์ 7% ธุรกิจอาหารค้าปลีก 13% ธุรกิจจัดส่งอาหารและอีคอมเมิร์ซ 6% เชื่อมั่นว่าการเปิดเกมรุกการทำการตลาดรอบด้านในปีนี้ จะส่งเสริมให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างแข็งแรงและมั่นคง แตะเป้าที่ตั้งไว้ได้อย่างแน่นอน” คุณบุญยง กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

spot_img