Friday, 14 June 2024 - 2 : 07 pm
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img

Splendor-Biz

สื่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์

ครบครันบนโลกออนไลน์

Friday, 14 June 2024 - 2 : 07 pm
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img

ความแตกต่างของช่วงวัย (Generation Gap) ที่ชัดเจน ทำให้ธุรกิจต้องตอบโจทย์ลูกค้าที่เฉพาะเจาะจงขึ้น

ด้วยปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะเป็นการระบาดของโรคอุบัติใหม่ (Emerging Disease) อย่างโควิด-19 การเข้ามาเปลี่ยนแปลงรูปแบบการดำเนินธุรกิจด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ (Technology disruption) หรือแม้แต่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร ล้วนมีผลต่อการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการแต่ละรายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรับตัวเพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่นับวันจะมีความซับซ้อนมากขึ้นจากความแตกต่างระหว่างช่วงวัย (Generation Gap) ที่ชัดเจนขึ้น จึงกลายเป็นโจทย์ท้าทายที่ผู้ประกอบการจะต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมากและต้องวางแผนรับมือให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ปัจจุบัน นอกเหนือไปจากความแตกต่างของรายได้ผู้บริโภค (Income Gap) ที่เพิ่มขึ้นและมีผลต่อการทำการตลาดของบรรดาภาคธุรกิจต่างๆ แล้ว ยังมีปัจจัยทางด้านความแตกต่างระหว่างช่วงวัย (Generation Gap) ที่เริ่มเด่นชัดขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ[1] (Elderly) กับกลุ่มคนรุ่นใหม่[2] (Gen ME) ซึ่งคาดว่าจะมีสัดส่วนรวมกันราวร้อยละ 46 ของประชากรไทยทั้งหมดในปี 2568 และถือเป็นกลุ่มที่คาดว่าจะเข้ามามีบทบาทเพิ่มขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุที่แม้ปัจจุบันจะมีจำนวนที่น้อยกว่ากลุ่มคนรุ่นใหม่ แต่มองว่าในระยะยาวคนกลุ่มนี้จะมีสัดส่วนที่ขยับเพิ่มขึ้นเร็ว ดังนั้น มองไปข้างหน้า การเจาะตลาดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่มีศักยภาพในแต่ละกลุ่มของผู้ประกอบการแต่ละราย อาจจะไม่สามารถทำการตลาดแบบเป็นวงกว้างได้เหมือนอดีต

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า การใช้จ่ายของกลุ่มผู้สูงอายุน่าจะมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 5.6 ต่อปี (CAGR 2560-2568) หรือราว 350,000 บาทต่อคนต่อปีในปี 2568 ซึ่งสูงกว่าการใช้จ่ายของกลุ่มคน Gen ME ที่คาดว่าค่าใช้จ่ายจะขยายตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 5.2 ต่อปี (CAGR 2560-2568) หรือราว 323,000 บาทต่อคนต่อปีในปี 2568 โดยค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ น่าจะเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ผู้สูงอายุมีค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้น

อย่างไรก็ดี ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันของผู้บริโภคทั้งสองกลุ่มนี้ คือ ผู้บริโภคยังคงคาดหวังและให้ความสำคัญกับคุณค่าต่างๆ ที่จะได้รับจากตัวสินค้าหรือบริการ แต่รูปแบบหรือลักษณะของสินค้าหรือบริการที่จะมาตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละกลุ่มนั้น อาจจะมองกันคนละมุมหรือคนละมิติ กล่าวคือ ความพึงพอใจหรือความคุ้มค่าต่อสินค้าและบริการที่จะได้รับของผู้บริโภคในแต่ละกลุ่มอาจจะให้น้ำหนักกับปัจจัยต่างๆ หรือมีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันไป

ยกตัวอย่างเช่น กลุ่มคนรุ่นใหม่ หรือ Gen ME ด้วยข้อจำกัดทางด้านเวลาและต้องการสร้างสมดุลให้กับชีวิต คนกลุ่มนี้จึงค่อนข้างให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีหรือเครื่องมือต่างๆ ที่สามารถช่วยร่นระยะเวลา และตอบสนองต่อความต้องการได้สะดวกและรวดเร็ว ขณะที่กลุ่มผู้สูงอายุ (Elderly) แม้ว่าจะเริ่มให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีมากขึ้น แต่ก็จะเน้นไปที่การใช้งานที่ค่อนข้างเรียบง่าย ไม่ยุ่งยากหรือซับซ้อนเป็นหลัก ซึ่งประเด็นต่างๆ เหล่านี้ ล้วนเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการจะต้องให้ความสำคัญมากขึ้นและควรทำความเข้าใจอย่างละเอียด หากต้องการที่จะเข้าถึงหรือสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจง (Personalization) ได้อย่างแม่นยำขึ้น

ทั้งนี้ หากพิจารณาถึงแนวโน้มความต้องการสินค้าและบริการที่สามารถตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภคในระยะข้างหน้า ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ผู้บริโภคทั้ง 2 กลุ่ม น่าจะมีแนวโน้มให้ความสำคัญกับคุณค่าของสินค้าและบริการที่จะตอบโจทย์ในเรื่องสุขภาพ (Health) และสิ่งแวดล้อม (Environment) มากขึ้นเรื่อยๆ นอกเหนือไปจากความคุ้มค่าคุ้มราคา แต่ลักษณะหรือรูปแบบการเลือกซื้อสินค้าและใช้บริการอาจจะแตกต่างกันตามปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ เช่น กำลังซื้อ ไลฟ์สไตล์ การเข้าถึงเทคโนโลยี เป็นต้น ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ทำการสรุปแนวโน้มพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เน้นให้เห็นถึงภาพรวมของแต่ละกลุ่ม (ซึ่งแต่ละคนในแต่ละกลุ่มก็อาจจะพฤติกรรมเฉพาะที่แตกต่างกันออกไปอีก) โดยมีรายละเอียดดังนี้

จะเห็นได้ว่า การให้ความสำคัญกับลักษณะหรือรูปแบบของการเลือกสินค้าและบริการที่จะมาตอบสนองต่อพฤติกรรมของผู้บริโภคในแต่ละกลุ่มส่วนใหญ่จะมีความแตกต่างกันค่อนข้างชัดเจน และยิ่งถ้าหนึ่งในครอบครัวประกอบไปด้วยสมาชิกที่หลากหลายเจเนอเรชั่นและมีการเข้ามาใช้บริการพร้อมกัน ก็จะยิ่งเป็นความท้าทายของผู้ประกอบการที่จะต้องปรับรูปแบบของสินค้าและบริการให้สามารถตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่มให้ได้มากที่สุด และไม่ใช่แค่การตอบโจทย์ในระดับกลุ่มเจเนอเรชั่น แต่นั่นหมายถึงการตอบโจทย์ลูกค้าในระดับที่เฉพาะเจาะจงเป็นกลุ่มย่อยหรือรายบุคคล (Personalization) ตลอดจนการเข้าไปอยู่ในทุกช่องทางที่ลูกค้าสามารถค้นเจอเมื่อมีความต้องการ

ยกตัวอย่างเช่น ธุรกิจท่องเที่ยวซึ่งมักจะพบลูกค้าเข้ามาใช้บริการพร้อมกันเป็นครอบครัว ดังนั้น ผู้ประกอบการควรมีรูปแบบหรือแพ็คเกจที่หลากหลาย กิจกรรมหรือแผนการเดินทางท่องเที่ยวในแต่ละวันจะต้องรองรับลูกค้าได้ทุกกลุ่ม หรือถ้าเป็นธุรกิจที่อยู่อาศัย การจัดพื้นที่ใช้สอยหรือโซนต่างๆ จะต้องชัดเจนขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโซนของผู้สูงอายุ ซึ่งอาจจะให้ความสำคัญกับความปลอดภัยโดยเฉพาะในเรื่องของอุบัติเหตุต่างๆ หรือถ้าเป็นโซนของคนรุ่นใหม่ก็อาจจะเน้นการผสมผสานระหว่างความเรียบง่ายและทันสมัยได้อย่างลงตัว มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน และยังต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็นต้น นอกจากนี้ ถ้าเป็นกลุ่มสินค้า เช่น อาหารและเครื่องดื่ม ควรมีผลิตภัณฑ์หรือเมนูให้เลือกที่หลากหลายและเฉพาะเจาะจงไปที่กลุ่มลูกค้าแต่ละกลุ่มอย่างชัดเจน หรือถ้าเป็นกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าก็ควรที่จะมีการผสมผสานฟังก์ชันต่างๆ ให้ลงตัว ทั้งเรื่องของการใช้งานที่ง่าย สะดวก และยังมีรูปลักษณ์หรือดีไซน์ที่ทันสมัย เป็นต้น

และหากมองไปในระยะยาว (ไม่ต่ำกว่า 10 ปี) ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า การให้ความสำคัญกับคุณค่าของสินค้าและบริการที่เน้นปัจจัยทางด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของสัดส่วนประชากรทั้ง 2 กลุ่ม แต่ลักษณะหรือรูปแบบของสินค้าหรือบริการที่เลือก (Functional) ก็คงจะแตกต่างกันไปตามปัจจัยแวดล้อมต่างๆ รวมถึงเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ จนส่งผลต่อพฤติกรรมของผู้บริโภคในแต่ละรายที่เปลี่ยนแปลงตาม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้สูงอายุกลุ่มใหม่ รวมถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้น การปรับตัวของผู้ประกอบการแต่ละกิจการก็อาจจะเปลี่ยนแปลงไปอีกท้ายที่สุดอาจจะไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว และผู้ประกอบการคงต้องทบทวนและปรับแผนการดำเนินธุรกิจให้มีประสิทธิภาพมากที่สุดภายใต้แนวทาง ‘มีคุณค่า คุ้มค่า และยั่งยืน’


[1] กลุ่มผู้สูงอายุ (Elderly) ในที่นี้หมายถึง กลุ่มคนที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป

[2] กลุ่มคนรุ่นใหม่ (Generation ME: Gen ME) ในที่นี่หมายถึง คนที่เกิดตั้งแต่ปีค.ศ. 1984 – ปัจจุบัน หรือคนที่มีอายุน้อยกว่า 37 ปี หรือเป็นการรวมกันของกลุ่มที่เป็น Generation Y  Z รวมถึง New Generation ใหม่

ข่าวล่าสุด

spot_img