Wednesday, 17 July 2024 - 9 : 16 pm
spot_img
spot_img
spot_img
spot_img

Splendor-Biz

สื่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์

ครบครันบนโลกออนไลน์

Wednesday, 17 July 2024 - 9 : 16 pm
spot_img
spot_img
spot_img

เจาะแผนเดินเกม “สมนึก ตัณฑเทอดธรรม” แห่ง เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง ตั้งเป้าโตปี 64 กับแนวราบ 7 โครงการ มูลค่ากว่า 5,000 ล้าน พร้อมเสริมธุรกิจใหม่ Wellness & Healthcare Business รองรับสังคมสูงวัย เพิ่มช่องทางรายได้ใหม่แก่บริษัทฯ

บริษัทเอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทั้งแนวราบ แนวสูง ภายใต้แนวคิด Home Expert Living Care คุณภาพมาตรฐาน ISO รายแรกของไทย เสริมแกร่งปี 64 รับดีมานด์แนวราบโตต่อ สบโอกาสเพิ่มช่องทางรายได้ใหม่เตรียมลุยธุรกิจบริการด้าน Wellness

สมนึก ตัณฑเทอดธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัทเอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงทิศทางอสังหาริมทรัพย์ปีนี้ยังคงเป็นโอกาสทองของผู้ซื้อบ้านแนวราบ และยังเป็นตลาดของผู้ซื้อที่มีความพร้อมเรื่องบ้าน ด้วยปัจจัยบวกทั้งอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงและจากมาตรการรัฐที่มอบให้กับกลุ่มผู้ซื้อบ้านหลังแรก ที่ผ่านมา เอ็น.ซี.ได้มีการเรียนรู้จากวิกฤตโควิด-19 มีมาตรการป้องกันรองรับอย่างฉับไวทุกส่วนงาน  สร้างความเชื่อมั่นทุกโครงการ ในฐานะผู้ประกอบการอสังหาฯ คาดการณ์ว่าตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบยังเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดบ้านระดับราคา 3-5 ล้านบาท เอ็น.ซี.มีการปรับตัวได้ดี มีการควบคุมเข้มเรื่องการบริหารต้นทุนในองค์กร มีระบบบริการดูแลลูกค้าให้สะดวกสบายยิ่งขึ้น โดยผนวกนวัตกรรม Smart Eco, Smart Care เพื่อเดินหน้าเดินหน้าทำตลาดแนวราบ ปีนี้

“ในปี 2564 ถือว่าเป็นปีที่มีความท้าทายอีกปี ซึ่งทาง เอ็น.ซี. มีแผนดำเนินธุรกิจในเชิงรุกมาตั้งแต่ปี 2563 โดยสถานการณ์โควิด-19 ได้ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจไปทั่วโลก ทุกอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบหมดจนหลายวงการอุตสาหกรรมมองว่าจะส่งผลกระทบไปอีกนานหลายปี ซึ่งธุรกิจอสังหาฯในประเทศไทยถือว่ามีการปรับตัวเยอะมาก โดยบริษัทดำเนินธุรกิจแนวราบคิดเป็นสัดส่วน 90 % ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน อย่างไรก็ตามก็ยังได้รับผลกระทบเชิงบวกตั้งแต่เริ่มต้น”

จากสถานการณฺโควิด-19 ดังกล่าว ทำให้ผู้บริโภคหันมาใส่ใจและให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตในบ้าน การ Work from Home ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในบ้านในช่วงล็อกดาวน์ ทางเอ็น.ซีเองก็มีการปรับตัวโดยทางทีมงานได้มีการปรับการบริหารจัดการ ไม่ว่าจะเป็น บริหารสต๊อก บริหารโครงการ บริหารสินค้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าต่างๆ เดิมเราตั้งเป้ายอดขายในปี 2563 ไว้ที่ 2,700 ล้านบาท แต่สามารถทำยอดขายในช่วงปลายปีได้มากกว่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 30 % ยอดรับรู้รายได้ที่วางไว้ที่ 1,600 ล้านบาท เมื่อข้ามจากปี 2562 และหลังจากมีสถานการณ์โควิด-19 โครงการบ้านของเอ็น.ซี.ขายดี จนถึงปลายไตรมาส 3 ผลการดำเนินงานก็ยังถือว่าเข้าเป้าหมายที่วางไว้ ดังนั้น ในปี 2563 ซึ่งถือว่าเป็นปีที่มีความผันแปรค่อนข้างมากท่ามกลางความไม่แน่นอน ที่เรามองว่าจะกระทบถึงทุกอุตสาหกรรม

ในปี 2564 เอ็น.ซี.มีการวางแผนดำเนินงานในเชิงรุกมากขึ้น โดยแผนที่วางไว้ในปีนี้จะเป็นแนวราบทั้งหมด ทั้ง โครงการบ้านเดี่ยว ทาวเฮ้าส์ บ้านแฝด ในราคาเริ่มต้น 2-5 ล้านบาท โดยเฉพาะกลุ่มราคา 3-5 ล้านบาท โดยในปีนี้ เราวางไว้ 3 กลยุทธ์ ได้แก่  

1.เปิดตลาดเชิงรุก โดยพัฒนาโครงการแนวราบใหม่เพิ่ม 7 โครงการ มูลค่าร่วม 5,000 ล้านบาท เจาะ Segment กลุ่มใหญ่แนวราบ ทาวน์เฮ้าส์ บ้านแฝด บ้านเดี่ยว ระดับราคา 3-5 ล้านบาท ด้วยราคาที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดบ้านแนวราบ โดยขยายทำเลเพิ่มครอบคลุมพื้นที่ 4 ทำเล ทั้ง โซนเหนือ ใต้ ตะวันออก และตะวันตก ของกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพิ่มกำลังการผลิตบ้านด้วยระบบเทคโนโลยีการก่อสร้างทันสมัย ให้ความสำคัญในการวางกลยุทธ์ด้าน Segment ของบริษัทด้วยอัตราการเติบโตที่ดี และสอดคล้องกับลูกค้าเป้าหมายที่ต้องการบ้านยุคโควิด-19 และยังคงเดินหน้าพัฒนากลุ่มฐานการผลิตใหญ่ภายใต้ Brand โครงการบ้านกรีนเนอร์รี่ และบ้านฟ้ากรีนพาร์ค เป็นเรือธงเพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิม อีกทั้งยังรุกขยายหาฐานลูกค้าใหม่ หรือตลาดใหม่เพื่อเพิ่ม Market Share ของบริษัท ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพการผลิตบ้านด้วยระบบเทคโนโลยีการก่อสร้างที่ทันสมัย สอดคล้องกับความต้องการที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น มอบทางเลือกการมีบ้านให้ง่ายขึ้น เข้าถึงทุกครอบครัวที่อยากมีบ้านผ่านช่องทางออนไลน์ แพลตฟอร์มดิจิทัลการชมบ้าน 360 องศา และ Facebook Live เรียลไทม์ พร้อมมอบความคุ้มค่าด้วยความใส่ใจยังคงเดินตามจุดยืนหลัก เอ็น.ซี.รู้จักบ้าน รู้ใจคุณ

“ในจำนวน 7 โครงการใหม่นี้ แบ่งเป็น 4 โครงการจะเปิดในช่วงครึ่งปีแรก และอีก 3 โครงการจะเปิดในช่วงครึ่งปีหลัง นอกจากนี้ ยังมีเตรียมการเรื่อง Land Bank ซื้อที่ดินเพิ่ม และยังมีแผนการขยายและเปิดตลาดที่ตอบรับกำลังซื้อที่เหมาะสม ในราคาที่คุ้มค่าเหมาะกับการใช้ชีวิตอยู่ในบ้าน หรือทำงานที่บ้าน”

2.พัฒนาโปรดักส์ นวัตกรรมบ้านตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ผู้อยู่อาศัย ด้วยรูปแบบการใช้ชีวิตของลูกค้าวัย Gen ควบคู่กับการพัฒนาต่อยอดสินค้าด้วยนวัตกรรมผ่าน Smart Eco, Smart Care เพิ่มความแตกต่างของฟังก์ชั่นสอดรับกับครอบครัววิถีใหม่ เพิ่มทางเลือกรูปแบบการใช้ชีวิตที่มีไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย การอยู่บ้านอย่างมีความสุข ผสานเทคโนโลยีที่ทำให้ชีวิตในบ้านสะดวกสบายมากขึ้น การดูแลสุขภาพของสมาชิกในครอบครัวยุค New Normal

“คุณภาพสินค้าที่ราคาไม่แพงและสามารถจับต้องได้ ผ่านนวัตกรรมที่เหมาะสมในรูปแบบ Smart Eco และ Smart Care ดูแลเรื่องสุขภาพ โดยทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮม และบ้านเดี่ยวจะออกมาเยอะในปีนี้ นอกจากนี้ในเรื่องของไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปก็ถือว่ามีส่วนสำคัญ โดยผู้สนใจส่วนใหญ่ใช้ชีวิตในบ้านมากขึ้น หรือทำงานที่บ้านมากขึ้น โดยเราจะพัฒนาในเรื่องของการดีไซน์การออกแบบฟังก์ชั่นใช้สอย การหาโซลูชั่นต่างๆ เข้ามาอำนวยความสะดวกให้ลูกบ้านสามารถใช้ชีวิตในบ้านได้อย่างเต็มที่ รวมถึงนวัตกรรมต่างๆ ที่โครงการจะนำมาใช้ในการดูแลลูกบ้านให้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังเชื่ออีกว่า ภาครัฐจะยังมีมาตรการดีที่ช่วยให้คนมีบ้านได้ง่ายขึ้น โดยลูกค้าหรือผู้สนใจซื้อบ้านจะได้รับข่าวสารของเอ็น.ซี.จากสื่อทั้งออนไลน์และออฟไลน์ นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับคนในองค์กรในทุกภาคส่วนในเรื่องความปลอดภัยอีกด้วย”  

3.ผนึกพันธมิตร บริษัทฯไม่หยุดพัฒนาที่อยู่อาศัย สินค้า การบริการรูปแบบใหม่ รวมถึงมีการต่อยอดพันธมิตรในธุรกิจหลัก อาทิ Home Innovation เทคโนโลยีบ้าน พันธมิตรทางการเงิน พันธมิตรธุรกิจบริการ อสังหาริมทรัพย์ ซึ่งบริษัทได้ร่วมทุนผนึกพันธมิตรในธุรกิจใหม่ หรือ New Business ศูนย์บริการด้านการฟื้นฟูสุขภาพ และดูแลผู้สูงอายุ มีการบริการเพื่อรองรับเรื่องสุขภาพครบวงจร Wellness & Healthcare Business เพื่อเป็นฐานรายได้ธุรกิจในอนาคตด้วยมาตรฐานทันสมัย โดยปัจจุบันได้เปิดบริการแล้ว 3 ศูนย์ ภายใต้แนวคิด Vacation Time

“หลายปีที่ผ่านมา เอ็น.ซี.ได้ร่วมมือกับพันธมิตรต่างๆ ทั้งในเรื่องการก่อสร้าง คุณภาพ ดีไซน์ ระบบและโซลูชั่นที่เอื้อทั้งก่อนและหลังจากขาย ปีนี้จะมีการจับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจเพิ่ม ไม่ว่าจะเป็น สถาบันการเงินภาครัฐและเอกชนที่ปล่อยสินเชื่อที่มีความตั้งใจที่จะให้สินเชื่อให้กับลูกบ้านของเอ็น.ซี. และในปีนี้ เราเพิ่มพันธมิตรสาย Wellness โดยบริษัทเข้าธุรกิจเกี่ยวกับด้านนี้มาเมื่อปีที่แล้ว โดยมีการเปิดศูนย์บริการฟื้นฟูสุขภาพไปแล้ว 3 ศูนย์ ถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอสังหาฯ ที่เราวางแผนที่จะสร้างรายได้ให้ดับเราอีกช่องทางหนึ่ง”

เราดูแลลูกบ้านมา 27 ปี กับ 66 โครงการ มีลูกบ้านที่ซื้อบ้านของบริษัทเราตั้งแต่อายุ 20-30 ปี ผ่านมา 27 ปีลูกบ้านหลายครอบครัวมีอายุมากขึ้น สู่ยุคสังคมผู้สูงวัย เรามีความเข้าใจความเข้าใจถึงความต้องการของลูกค้า โดยศูนย์สุขภาพที่เราเปิดนี้ จะเป็นอีกหนึ่งบริการที่รองรับกลุ่มผู้สูงอายุ หรือลูกบ้านที่เข้ารับการผ่าตัดและต้องการการดูแลทางการแพทย์ทั้งฟื้นฟูสุขภาพและบำบัด และยังจะมีบริการให้กับบุคคลทั่วไปอีกด้วย

โดยรวมแล้วในปีนี้ เอ็น.ซี.พร้อมรุกขยายฐานโครงการใหญ่แนวราบเพิ่มขึ้น โดยยังคงเน้นในเรื่องพัฒนาโครงการบ้านทาวน์เฮ้าส์ บ้านแฝด บ้านเดี่ยว ด้วยรูปลักษณ์ดีไซน์ที่แตกต่างและมีความโดดเด่น และเพิ่มช่องทางการเข้าถึงกลุ่ม Segment ใหม่ สร้างฐานลูกค้าให้กว้างขึ้นผ่านช่องทางการตลาดออนไลน์ที่เข้าถึงกลุ่มผู้ซื้อบ้าน อีกทั้งมีกิจกรรมส่งเสริมการขายเพื่อรองรับการเปิดโครงการแนวราบใหม่เพิ่มอีก 7 โครงการ บน 4 ทำเลศักยภาพ มูลค่าโครงการรวมทั้งสิ้น 5,000 ล้านบาท โดยทำตลาดบ้านระดับราคา 3-5 ล้านบาท ในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา พร้อมตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 3,500 ล้านบาท และตั้งเป้ารับรู้รายได้ในปี 2564 ไว้ที่ 2,000 ล้านบาท”   

ข่าวล่าสุด

spot_img